วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เอ็นจีโอผนึกกำลังยื่น 7 ข้อเสนอต่อรัฐไทยในวันผู้ลี้ภัยโลก

http://www.mcot.net/cfcustom/cache_page/68935.html

เอ็นจีโอผนึกกำลังยื่น 7 ข้อเสนอต่อรัฐไทยในวันผู้ลี้ภัยโลก


วันเสาร์ ที่ 19 มิ.ย. 2553

กรุงเทพฯ 19 มิ.ย.-โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและผู้มีปัญหาสถานะบุคคล ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านชนชาติ ผู้ไร้สัญชาติแรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่น สภาทนายความ มูลนิธิเพื่อนไร้พรมแดน ร่วมจัดงานเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก (20 มิ.ย.) พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ “มองอนาคตผู้ลี้ภัย บนแผ่นดินใหม่ที่เรียกว่าบ้าน” โดยมีวิทยากรที่ทำงานเรื่องผู้ลี้ภัยเข้าร่วมเสวนา


ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมเสวนามีเสนอแนะต่อรัฐบาลไทย 7 ข้อ ดังนี้

1.รัฐจะต้องไม่ส่งผู้ลี้ภัยที่หลบหนีการประหัตประหารและการละเมิดสิทธิมนุษย ชนกลับ ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย ว่าสันติภาพและการเคารพสิทธิมนุษยชนได้กลับคืนสู่ประเทศพม่า

2. รัฐควรเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยให้กว้างกว่า “ผู้หลบหนีการสู้รบ” หากรวมถึงผู้หลบหนีการประหัตประหารจากประเทศพม่าตามหลักการสากล โดยให้ UNHCR เข้ามาแบ่งเบาภาระในการให้ความคุ้มครองอย่างเต็มตัว

3. คณะกรรมการจังหวัดซึ่งมีหน้าที่พิจารณารับผู้ลี้ภัย ควรประกอบไปด้วยภาคี 3 ฝ่าย คือ รัฐ องค์กรระหว่างประเทศ (UNHCR) และภาคประชาชนหรือองค์กรเอกชนในพื้นที่ และควรมีกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสเปิดเผยได้ต่อสาธารณชน

4. การดำเนินการเตรียมพร้อมให้ผู้ลี้ภัยกลับถิ่นฐานเป็นขั้นตอนสำคัญยิ่งที่ควร เริ่มต้นดำเนินการอย่างจริงจังนับแต่บัดนี้ โดยรัฐจะต้องเปิดโอกาสให้องค์กรเอกชนทำงานพัฒนากับผู้ลี้ภัยได้มากขึ้น

5.รัฐควรสนับสนุนผลักดันให้องค์กรเอกชนที่ทำงานกับผู้ลี้ภัยและองค์กรอื่น ๆ เข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนชายแดนไทยอย่างจริงจัง และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนชายแดน กับผู้ลี้ภัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว

6. ในด้านนโยบายระยะยาว รัฐควรจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติที่มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะนโยบายทั้ง ระยะสั้นและยาวเกี่ยวกับผู้พลัดถิ่น ซึ่งรวมทั้งแรงงานข้ามชาติและผู้ลี้ภัย โดยคณะกรรมการจะต้องมีสัดส่วนที่เท่าเทียมกันระหว่างภาคประชาชน นักวิชาการ และฝ่ายรัฐ และ

7. รัฐควรมุ่งหาความร่วมมือจากนานาชาติ ในการช่วยเหลือฟื้นฟูการเมืองและสันติภาพในประเทศพม่า หากรัฐจะสนับสนุนการเจรจาทางการเมืองในพม่า ก็ควรทำให้แน่ใจว่า ชนกลุ่มน้อยจะได้มีโอกาสอยู่ในการเจรจาดังกล่าว และเป็นการคลี่คลายปัญหาทางการเมืองระยะยาว มิใช่เพียงการหยุดยิงชั่วคราวเท่านั้น. -สำนักข่าวไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น